บัญชี Forex ที่ดีที่สุดด้วยค่าสเปรดต่ำสุด ปี 2026
โบรกเกอร์ Forex ที่มีค่าสเปรดแคบที่สุด - Exness
โบรกเกอร์ Forex ที่มีค่าสเปรดแคบที่สุดในปี 2026 ได้แก่
-
Exness - โบรกเกอร์ค่าสเปรดแคบพร้อมด้วยเลเวอเรจสูง
-
IC Markets - สภาพคล่อง Forex ดีที่สุด
-
Tickmill - ค่าสเปรดแคบด้วยค่าธรรมเนียมเพียง $2
-
Multibank - โบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแลดีที่สุด พร้อมด้วยค่าสเปรดแคบ
ในการเทรด Forex ความแตกต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายที่ดีที่สุดเรียกว่าค่าสเปรด หรือ bid-ask spread ในฐานะนักเทรด คุณจะเข้าใจความสำคัญของค่าสเปรดต่ำในการจัดการต้นทุนการเทรดและสร้างกำไร จริง ๆ แล้ว ค่าสเปรดที่แคบสามารถช่วยให้คุณประหยัดเงินในแต่ละคำสั่งเทรดได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับคุณในระยะยาว ดังนั้น การเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่มีค่าสเปรดแคบที่สุดจึงมีความสำคัญต่อความสำหรับของนักลงทุนทุกคน ในปี 2023 มีหลายโบรกเกอร์ที่มีความโดดเด่นในเรื่องค่าสเปรดที่ต่ำและแคบที่สุด วงเงินฝากขั้นต่ำน้อย และมีเงื่อนไขการเทรดที่ดีเยี่ยม
บัญชี Forex ประเภทใดมีค่าสเปรดแคบที่สุด?
ในโลกการเทรด Forex มีบัญชีฟอเร็กซ์หลายประเภทที่ให้บริการค่าสเปรดแคบที่สุดสำหรับนักเทรด
-
หนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมคือบัญชี Electronic Communications Network (เครือข่ายการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์) หรือที่เรียกกันว่าบัญชี ECN บัญชีนี้ให้นักเทรดสามารถเข้าถึงผู้ให้บริการสภาพคล่องโดยตรง และได้รับราคาที่ดีที่สุดพร้อมด้วยค่าสเปรดต่ำ
-
อีกทางเลือกหนึ่งคือบัญชี Straight Through Processing (STP) (การประมวลผลโดยตรง) ซึ่งให้บริการค่าสเปรดที่ต่ำ แต่มีอาจมีค่าคอมมิชชั่นที่สูงกว่า
-
บัญชี Standard เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน แต่ค่าสเปรดจะกว้างกว่าบัญชีประเภท Raw Spread เล็กน้อย
-
สำหรับนักเทรดที่ให้ความสำคัญกับค่าสเปรดต่ำมากกว่าค่าคอมมิชชั่น บัญชี Zero Spread ให้ค่าสเปรดเป็นศูนย์สำหรับคู่สกุลเงินบางคู่
ในการเลือกบัญชี Forex สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงความต้องการและเป้าหมายส่วนตัวของคุณ เช่น สไตล์การเทรด ระดับการยอมรับความเสี่ยง และระดับการเข้าถึงตลาดที่ต้องการ
เปรียบเทียบบัญชีที่ดีที่สุดที่มีค่าสเปรด Forex แคบเป็นพิเศษ
ตารางด้านล่างเป็นตารางเปรียบเทียบโบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุดที่มีค่าสเปรดแคบที่สุด
| โบรกเกอร์ | EURUSD ค่าเฉลี่ย | GBPUSD ค่าเฉลี่ย | USDJPY ค่าเฉลี่ย | AUDUSD ค่าเฉลี่ย | ค่าธรรมเนียมบัญชี Raw (ต่อล็อต) | |
|---|---|---|---|---|---|---|
0.1 |
0.3 |
0.1 |
0.4 |
$3.5 |
||
0.1 |
0.5 |
0.2 |
0.3 |
$3.5 |
||
0.1 |
0.3 |
0.2 |
0.2 |
$2 |
||
Mutlibank |
0.1 |
0.5 |
0.3 |
0.4 |
$3 |
|
0.40 |
0.90 |
0.20 |
0.50 |
$1.20 |
||
FP Markets |
0.10 |
0.30 |
0.20 |
0.20 |
$3 |
|
Pepperstone |
0.17 |
0.59 |
0.26 |
0.17 |
$3.5 |
|
Interactive brokers |
0.1 |
0.7 |
0.2 |
0.4 |
ตามปริมาณ |
|
0.10 |
0.60 |
0.30 |
0.50 |
$3 |
*ข้อมูลค่าสเปรดเฉลี่ยของโบรกเกอร์ที่ระบุโดยโบรกเกอร์
รีวิวบัญชี Forex ที่มีค่าสเปรดต่ำที่สุด
รีวิวโบรกเกอร์ Forex ที่มีค่าสเปรดต่ำที่สุดดังนี้
Exness
โบรกเกอร์นี้ให้บริการในหลายพื้นที่ของโลก และได้รับการกำกับดูแลโดยหน่วยงานชั้นนำ เช่น FCA, CySEC และ SFSA โบรกเกอร์ Exness ได้รับการยอมรับในฐานะโบรกเกอร์ที่น่าไว้วางใจและน่าเชื่อถือ เลเวอเรจสูงของบริษัท โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่อยู่นอกพื้นที่ EU/EEA เป็นฟีเจอร์พิเศษที่ทำให้โบรกเกอร์นี้มีความโดดเด่น Exness นำเสนอบัญชีสองประเภทคือ Standard และ Professional ที่ MetaTrader 4 และ 5 โดยกำหนดเงินฝากขั้นต่ำที่แตกต่างกันไป เริ่มที่ $1 และมีค่าสเปรดเริ่มต้นที่ 0.1 pips ในบัญชี Standard และ 0.3 pips ในบัญชี Professional
ฟีเจอร์พิเศษ
-
Exness กำหนดค่าสเปรดแคบเริ่มต้นที่ 0.0 pips ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีค่าคอมมิชชั่นเริ่มต้นเพียง $3.5 บัญชี Electronic Communication Network เป็นบัญชีที่พลิกเกม
-
ค่าธรรมเนียมต่อล็อตคือ 3.5 USD
-
เลเวอเรจสูงสุด 1:2000
-
ผู้ให้บริการสภาพคล่องคือ Deutsche Bank, Barclays Capital, UBS AG ฯลฯ
-
Exness ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ VPN เพื่อความเร็วในการทำธุรกรรมที่ดีขึ้น
IC Markets
โบรกเกอร์ Forex ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 ในออสเตรเลีย เป็นโบรกเกอร์ที่สร้างแรงสะเทือนต่อวงการชุมชนนักเทรด Forex มาเป็นเวลาหลายปี
แต่บางทีสิ่งที่ทำให้ IC Markets มีความพิเศษมากกว่าที่อื่นคือ ความมุ่งมั่นในการให้เลเวอเรจสูงแก่นักลงทุน นักเทรดสามารถเปิดคำสั่งเทรดที่ใหญ่ขึ้นด้วยเงินลงทุนที่น้อยกว่าได้ด้วยเลเวอเรจที่ให้สูงสุด 1:500 และแม้ว่า IC Markets จะลดเลเวอเรจการเทรดสูงสุดของนักลงทุนผ่านการเทรดของโบรกเกอร์สาขาออสเตรเลีย แต่ยังสามารถเข้าถึงเลเวอเรจที่สูงกว่าผ่านสาขานอกชายฝั่งในเซเชลส์ได้
นักเทรดสามารถเลือกบัญชีจากหลายประเภทบัญชี บัญชีแต่ละประเภทออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการและความนิยมที่แตกต่างกันไปของนักเทรด ไม่ว่าคุณจะมองหาการเทรดแบบไร้ค่าธรรมเนียมหรือค่าสเปรดที่แคบที่สุด IC Markets มีบัญชีที่ตอบโจทย์ความต้องการทุกรูปแบบ
ฟีเจอร์พิเศษ
-
การเข้าถึงเครือข่ายการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์หรือ ECN & VPN เพื่อธุรกรรมที่ลื่นไหลและรวดเร็วกว่า
-
ค่าธรรมเนียมต่อล็อตคือ 3.5 USD
-
เลเวอเรจเริ่มตั้งแต่ 1:1 ถึง 1:500
-
ผู้ให้บริการสภาพคล่อง ได้แก่ JP Morgan Chase, Morgan Stanley, Bank of America, GSA Capital และ Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ
Tickmill
ค่าสเปรดแคบที่สุดของ Tickmill เฉลี่ยอยู่ที่ 0.13 pips ของคู่ EUR/USD หลังจากพิจารณาต้นทุนในการเทรดแล้วถือว่าโบรกเกอร์นี้เป็นโบรกเกอร์ที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความน่าเชื่อถือที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเช่นกัน เพราะค่าสเปรดที่คุณได้รับเป็นสิ่งที่ทำให้ประสบการณ์การเทรดของคุณแตกต่างไปโดยสิ้นเชิงได้
ฟีเจอร์พิเศษ
-
ค่าธรรมเนียมต่อล็อตคือ 2 USD
-
ขนาดเลเวอเรจตั้งแต่ 1.1 สูงสุด 1:500
-
ผู้ให้บริการสภาพคล่องคือ Barclays Bank
-
การเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ VPS ที่นักลงทุนสามารถใช้กลยุทธ์การเทรดแบบอัตโนมัติตามอัลกอริทึม
-
ค่าสเปรดเริ่มตั้งแต่ 0.0 pips โดยมีค่าคอมมิชชั่นต่ำ ไปจนถึง 1.6 pips โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น
Multibank
MultiBank เป็นโบรกเกอร์ Forex ค่าสเปรดต่ำที่สุดที่มีชื่อเสียง โบรกเกอร์นี้โด่งดังในเรื่องการให้บริการ CFDs ที่มีความหลากหลายและมีค่าสเปรดต่ำ การเลือกแพลตฟอร์มการเทรดที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเทรด และ MultiBank ก็ให้ความสำคัญในการให้บริการแพลตฟอร์ม MetaTrader ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันไปของนักเทรด
อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ของ MultiBank อาจดูเหมือนไม่มีความเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากบัญชีเทรดของที่นี่จะใช้ชื่อที่ต่างออกไป เช่น "ECN Pro," "MultiBank Pro," และ "Maximus'' แต่จริง ๆ แล้ว ที่นี่แค่ให้บริการบัญชีหลายประเภทในแพลตฟอร์มเดียวกันทั้งสองแพลตฟอร์ม คือ MetaTrader 4 และ 5 รวมถึงเวอร์ชันเว็บไซต์
บัญชี ECN Elite ให้นักเทรดได้รับค่าสเปรดต่ำที่สุดเริ่มต้นที่ 0.0 pips แต่มีจำนวนเงินฝากขั้นต่ำที่สูงคือ 5,000 USD สำหรับนักเทรดที่ไม่สามารถเริ่มฝากเงินจำนวนนี้ได้ บัญชี MultiBank Pro เป็นทางเลือกที่มีวงเงินฝากขั้นต่ำน้อยกว่าอยู่ที่ $1,000 โดยมีค่าสเปรดเริ่มต้นที่ 0.8 pips บัญชี Maximus เป็นบัญชีที่เพอร์เฟ็คสำหรับมือใหม่ โดยมีจำนวนเงินฝากขั้นต่ำเพียง 50 USD เท่านั้น และค่าสเปรดเริ่มต้น 1.4 pips
การเลือกแพลตฟอร์มมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการเทรด และการให้ความสำคัญของ MultiBank ต่อแพลตฟอร์มตระกูล MetaTrader ก็เอื้อต่อความยืดหยุ่นและความสะดวกของนักเทรด นักเทรดจะต้องประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และวัตถุประสงค์เพื่อเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสม นักเทรดสามารถไว้วางใจโบรกเกอร์นี้ในการให้บริการที่น่าเชื่อถือ เพราะ MultiBank มีค่าสเปรดที่มีสมรรถภาพในการแข่งขันในวงการ
ฟีเจอร์พิเศษ
ค่าธรรมเนียมต่อล็อตคือ 3.0 USD + ต้นทุนค่าสเปรด
เลเวอเรจอยู่ที่ 1:500
ผู้ให้บริการสภาพคล่อง ได้แก่ Bank Of America, Bank of Scotland, DBS, Ecobank ฯลฯ
RoboForex
RoboForex คือ แพลตฟอร์มการเทรดยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเทรดฟอเร็กซ์ เริ่มให้บริการมาในปี 2009 โบรกเกอร์นี้ให้ค่าสเปรดเป็นศูนย์และเป็นที่ชื่นชอบในหมู่ลูกค้ากว่า 4.56 ล้านคนจาก 169 ประเทศ จึงเป็นผู้เล่นชั้นนำในวงการฟอเร็กซ์ สิ่งที่ทำให้ RoboForex มีความโดดเด่นคือความยืดหยุ่นในการตอบโจทย์ความต้องการของนักเทรดมือใหม่และผู้มีประสบการณ์
ที่นี่มีตัวเลือกหุ้นอเมริกาให้เทรดกว่า 3000 รายการ โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 0.025 USD ต่อหุ้น และเพียง 0.009 USD ต่อหุ้นเท่านั้นสำหรับผู้ที่ฝากเงิน $10,000 ขึ้นไป RoboForex จึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับนักเทรดที่มองหาโบรกเกอร์ที่มีค่าสเปรดต่ำที่ 0 pips
ฟีเจอร์พิเศษ
-
ขนาดค่าสเปรดในบัญชี ProCent และ Pro คือ 1.3 pips
-
เลเวอเรจสูงสุด 1:2000
-
ผู้ให้บริการสภาพคล่อง ได้แก่ ธนาคารรายใหญ่ และบริษัทการลงทุนที่มีใบอนุญาต
-
การเข้าถึง VPS ซึ่งนักเทรดสามารถทำการเทรดอัตโนมัติได้อย่างลื่นไหล
FP Market
หลังจากบังคับใช้ระเบียบใหม่ในออสเตรเลียในปี 2021 โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจากออสเตรเลียแห่งนี้ให้บริการเลเวอเรจสูงสุด 1:30 นักเทรดในยุโรปที่ลงทะเบียนกับโบรกเกอร์สาขาที่มีหน่วยงาน EU กำกับดูแลจะต้องยอมรับเลเวอเรจที่จำกัดเท่ากันด้วย อย่างไรก็ตาม นักเทรดจากประเทศอื่น ๆ สามารถเทรดกับโบรกเกอร์นี้ผ่านสาขานอกชายฝั่งในหมู่เกาะบริติชเวอร์จินได้ จึงยีงสามารถเข้าถึงการเทรดในเลเวอเรจที่สูงกว่ามากได้สูงสุด 1:500
โบรกเกอร์นี้ให้บริการบัญชีเทรด Forex 2 รูปแบบให้แก่นักลงทุน ได้แก่ บัญชี Standard และบัญชี Premium บัญชี Standard ที่นี่เหมาะที่สุดสำหรับนักเทรดมือใหม่ เพราะไม่มีค่าคอมมิชชั่น และค่าสเปรดกว้างกว่า ในขณะเดียวกัน บัญชี Premium ก็เหมาะกับนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า เพราะมีค่าสเปรดแคบกว่า และเทรดโดยใช้ค่าคอมมิชชั่นเป็นหลัก
ฟีเจอร์พิเศษ
-
การเข้าถึง VPS หากนักลงทุนรักษาระดับปริมาณการเทรดตามที่กำหนด
-
เลเวอเรจสูงสุด 1:500
-
ค่าสเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 pips บน RAW ECN และ 1 pip บนบัญชี Standard
Pepperstone
Pepperstone คือ โบรกเกอร์ Forex ที่มีค่าสเปรดต่ำที่สุดของออสเตรเลีย ซึ่งให้ค่าสเปรดที่แคบมาก มีตราสารการเทรดให้เลือกอย่างหลากหลาย และ 3 แพลตฟอร์มการเทรด ได้แก่ MetaTrader 4, MetaTrader 5 และ cTrader นักเทรดสามารถเข้าใช้งานแพลตฟอร์มเหล่านี้จากหลากหลายอุปกรณ์ และใช้ประโยชน์จากโบรกเกอร์ ECN ที่ให้ค่าสเปรด 0 pip ผ่านบัญชี Razaor แต่บัญชีนี้จะมีการหักค่าคอมมิชชั่น นอกจากนี้ โบรกเกอร์นี้ยังมีความโดดเด่นในหมู่คู่แข่งด้วยค่าสเปรดเฉลี่ยที่ 0.79 pips สำหรับ EUR/USD ในบัญชี Standard ซึ่งให้ค่าสเปรดต่ำโดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น นักลงทุนจากทุกระดับสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์การเทรดที่ไร้รอยต่อพร้อมด้วยการควบคุมบัญชีโดยสมบูรณ์ และการดำเนินคำสั่งเทรดด้วยความเร็วสูง
ฟีเจอร์พิเศษ
-
ค่าธรรมเนียมต่อล็อตคือ 3.5 USD + ต้นทุนค่าสเปรด
-
เลเวอเรจในสหราชอาณาจักรคือ 1:30 และในออสเตรเลีย 1:500
-
ผู้ให้บริการสภาพคล่องจากธนาคารชั้นนำ 22 แห่ง
-
การเข้าถึงสถานที่ตั้ง VPS และ Equinix (NY4) ซึ่งนักลงทุนสามารถดำเนินคำสั่งเทรดโดยสมบูรณ์อย่างลื่นไหล
Interactive Brokers
คำถามว่าโบรกเกอร์ Forex ที่มีค่าสเปรดแคบไหนดีที่สุดอาจเป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวของคุณ ไม่ใช่ความลับเลยที่การเทรดออนไลน์มีความท้าทายสูง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม Interactive Brokers เป็นโบรกเกอร์ผู้ชนะที่ชัดเจนในการแข่งขันนี้ โบรกเกอร์นี้อยู่ในวงการการเทรดมามากกว่า 40 ปี และได้รับความไว้วางใจสูง ค่าสเปรดที่แคบที่สุดของโบรกเกอร์หลายสินทรัพย์ได้รับการกำกับดูแลโดยคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC), หน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมทางการเงิน (FINRA) และหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน (FCA)
ฟีเจอร์พิเศษ
-
ค่าเลเวอเรจขึ้นอยู่กับสินทรัพย์
-
ค่าสเปรดเฉลี่ยคือ $0.6
Admiral Markets
Admirals ตระหนักถึงความสำคัญของความชัดเจนและความสะดวกสบาย ซึ่งให้บริการผ่านทั้งแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 โดยมีขนาดเลเวอเรจสูงสุด 1:500 และแพลตฟอร์มให้บริการในระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ได้แก่ Android, iOS, Mac และการเทรดบนเว็บ นอกจากนี้ ล่าสุดโบรกเกอร์ยังได้เริ่มให้บริการแอปเทรดบนมือถือให้นักเทรดสามารถเทรดนอกสถานที่ โดยมีอินเทอร์เฟซที่เน้นความสำคัญของความเรียบง่ายและการตอบสนองอย่างชาญฉลาด ประเภทบัญชีที่ Admirals แบ่งกลุ่มออกเป็นบัญชีแบบรายย่อย และบัญชีผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับบัญชีของนักเทรดรายย่อย แพลตฟอร์มมีบัญชีสองประเภท ได้แก่ Trade และ Zero
นักลงทุนที่ใช้บัญชีนี้จะสามารถเทรดได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น แต่จะมีค่าสเปรดกว้างกว่าเล็กน้อย ในขณะที่บัญชี Zero จะเป็นบัญชี ECN ซึ่งมีค่าคอมมิชชั่นและค่าสเปรดแคบ
Admiral Market ยอมรับว่านักเทรดแต่ละคนมีความพิเศษ จึงให้บริการบัญชีการเทรดที่ตอบโจทย์สไตล์การเทรด ความชอบ และความต้องการส่วนบุคคล
โบรกเกอร์ Forex ไหนที่ถูกที่สุด?
โบรกเกอร์ Forex ที่มีราคาถูกที่สุด 3 อันดับแรกจัดอันดับตามปัจจัยเหล่านี้
Exness
-
ค่าสเปรด: เริ่มตั้งแต่ 0.0 pips
-
เงินฝากขั้นต่ำ: $1
IC Markets
-
ค่าสเปรด: เริ่มตั้งแต่ 0.0 pips
-
เงินฝากขั้นต่ำ: $200.
Tickmill
-
ค่าสเปรด: เริ่มตั้งแต่ 0.0 pips
-
เงินฝากขั้นต่ำ: $100
บัญชี Zero Spread มีจริงหรือไม่?
บัญชี Zero Spread คือประเภทบัญชีเทรดที่มีคุณสมบัติตามชื่อบัญชี จริง ๆ แล้วบัญชีประเภทนี้ยังคงมีค่าสเปรดเล็กน้อย โดยบัญชีค่าสเปรดเป็นศูนย์นั้นมักมีค่าสเปรดของคู่ EURUSD โดยทั่วไปคือ 0.1-0.2 pips
อีกทั้ง นักเทรดควรพิจารณาค่าคอมมิชชั่นที่ $2-3.5 ต่อล็อตมาตรฐาน Forex ที่เป็นค่าธรรมเนียมทั่วไปของบัญชีประเภท Zero Spread ด้วย
ควรเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่มีค่าสเปรดแคบที่สุดสำหรับการเทรดแบบ Scalping อย่างไร?
-
อันดับแรก ควรเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่ปฏิบัติตามมาตรฐานของวงการ มีรีวิวที่ดี และมีการกำกับดูแลโดยหน่วยงานรัฐบาล เช่น FCA, ASIC และ CySEC
-
เลือกโบรกเกอร์ Forex ที่มีกราฟที่ตอบสนองดี มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย เครื่องมือการเทรดขั้นสูง และฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ให้คุณสามารถวิเคราะห์เทรนด์ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็เทรดได้ตามเรียลไทม์
ตอนนี้ลองมองหาโบรกเกอร์ที่นำเสนอ
-
เลเวอเรจที่ยืดหยุ่น
-
มี slippage น้อย
-
ค่าสเปรดแคบ เช่น ระหว่าง 0.1-0.5 pips สำหรับคู่สกุลเงินหลัก
-
บริการลูกค้า 24 ชั่วโมงทุกวัน ในหลายช่องทาง และมีบัญชีทดลองให้บริการ
-
เงินฝากขั้นต่ำไม่สูงมาก
-
มีหลากหลายบัญชีให้เลือกพร้อมเงินฝากขั้นต่ำ และช่องทางการฝากและถอนเงินที่สะดวก
คู่ Forex ไหนมีค่าสเปรดต่ำที่สุด?
|
คู่ EUR/USD |
ค่าสเปรดลอยตัว: 0.1-0.5 pips ค่าสเปรดคงที่: 1-5 pips |
|
คู่ USD/JPY |
ค่าสเปรด: 0.1-2 pips |
|
คู่ GBP/USD |
ค่าสเปรด: 0.3-2.7 pips |
|
คู่ USD/CHF |
ค่าสเปรด: 0.5-5 pips |
|
คู่ EUR/JPY |
ค่าสเปรด: 0.5-5.7 pips |
ค่าสเปรด Forex ขึ้นอยู่กับอะไร?
ค่าสเปรดที่นักเทรดเห็นในแพลตฟอร์มการเทรดของโบรกเกอร์ Forex ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างคือ
-
สภาพคล่องของแต่ละคู่สกุลเงิน ค่าสเปรดต่ำที่สุดจะพบกับคู่สกุลเงินหลักที่มีสภาพคล่องมากที่สุด
-
ผู้ให้บริการสภาพคล่องของโบรกเกอร์ Forex ของคุณ
-
ประเภทบัญชีที่คุณเลือก ค่าสเปรดต่ำที่สุดมักจะมีให้ในบัญชีประเภท Raw Spread และ ECN
-
ความผันผวนในแต่ละวัน หากความผันผวนเพิ่มขึ้น ค่าสเปรดอาจกว้างขึ้น
โบรกเกอร์ที่มีค่าสเปรดแคบทำรายได้อย่างไร?
โบรกเกอร์ Forex ที่มีบัญชีค่าสเปรดแคบทำรายได้จากการหักค่าคอมมิชชั่นจากคำสั่งเทรด จำนวนเงินที่หักจะขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ และประเภทของบัญชี แต่โดยทั่วไปจะหักประมาณ $2-$3.5 ต่อล็อต นอกเหนือจากค่าคอมมิชชั่นนี้แล้ว หลายโบรกเกอร์ยังหักค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เช่น ค่าสวอปข้ามคืน ค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชีที่ไม่มีความเคลื่อนไหว หรือค่าธรรมเนียมในการฝาก/ถอนเงิน โบรกเกอร์ Forex ให้บริการค่าสเปรดที่แคบกว่าบัญชีมาตรฐานทั่วไป เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักเทรดผู้มีประสบการณ์ที่ต้องการคุณภาพที่สูงกว่าในการเทรด
นอกจากนี้ โบรกเกอร์ Forex บางเจ้ายังทำรายได้จากการให้บริการสภาพคล่องหรือโปรแกรมพันธมิตร ผู้ให้บริการสภาพคล่องให้บริการเงินทุนจำนวนมาก เพื่อให้สามารถนำเสนอราคาที่แข่งขันได้ในตลาด ในขณะที่โปรแกรมพันธมิตรจะเป็นการแนะนำลูกค้า และรับค่าตอบแทนจากกิจกรรมการเทรดของลูกค้าที่แนะนำมา โบรกเกอร์ Forex ที่มีบัญชีค่าสเปรดแคบสามารถช่วยสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ให้บริการโซลูชั่นการเทรดที่ให้ต้นทุนต่ำกับลูกค้า ซึ่งตอบโจทย์กับความต้องการของแต่ละบุคคล
ฉันควรเลือกบัญชี Zero/Raw Spread หรือไม่?
การเลือกบัญชี Forex ที่ใช่อาจเป็นการตัดสินใจที่ยาก และที่สำคัญคือควรเลือกบัญชีที่เหมาะกับสไตล์การเทรดและเป้าหมายของคุณมากที่สุด บัญชี Raw Spread ในการเทรดฟอเร็กซ์ให้ข้อดีหลายข้อสำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์ ผู้ที่ต้องการทำกำไรสูงสุดจากคำสั่งเทรดโดยไม่ต้องการต้นทุนที่สูงเกินไป ด้วยค่าสเปรดที่แคบกว่าในบัญชีมาตรฐานทั่วไป รวมถึงค่าธรรมเนียมที่ลดลงในแต่ละคำสั่งเทรด บัญชีเหล่านี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการทำกำไรจากความผันผวนในตลาด และมีความแม่นยำสูงกว่า
บัญชี Raw Spread ยังให้ความเร็วในการดำเนินคำสั่งเทรดที่สูงกว่า ซึ่งอนุญาตให้นักเทรดใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนที่ในตลาดอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วย
นอกจากนี้ โบรกเกอร์ที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ให้บริการบัญชี Raw Spread มักมีแพ็คเกจที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเทรดหลายกลุ่ม เช่น อาจมีแหล่งข้อมูลเพื่อการศึกษาที่เป็นมิตรต่อผู้ที่เพิ่งเริ่มหัดเทรด หรือเครื่องมือการวิเคราะห์ขั้นสูงให้นักเทรดควบคุมธุรกรรมของตนได้ง่ายขึ้น ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาวิธีที่มีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุนในการเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ บัญชี Raw Spread อาจเป็นโซลูชั่นที่เพอร์เฟ็คสำหรับคุณ
สรุปแล้ว การเลือกบัญชีแบบ Raw Spread อนุญาตให้นักเทรดฟอเร็กซ์เพลิดเพลินกับค่าสเปรดที่แคบลง มีความเร็วในการดำเนินคำสั่งเทรดที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกันก็ได้ประโยชน์จากการประหยัดต้นทุนในการเทรด และความโปร่งใสมากขึ้นเมื่อเทียบกับบัญชีเทรดประเภทอื่น ๆ
ค่าสเปรดแคบ vs บัญชี Standard
-
เป็นที่ทราบกันดีว่า บัญชีเทรดประเภทต่าง ๆ มีค่าสเปรดที่แตกต่างกันไป ซึ่งส่งผลกับต้นทุนโดยรวมในการเทรด
-
ค่าสเปรดแคบให้ค่าสเปรดที่ต่ำลง ในขณะที่บัญชี Standard ทั่วไปจะมีค่าสเปรดสูงกว่า แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงก็คือ ต้นทุนการเทรดไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าสเปรดอย่างเดียวเท่านั้น ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ขนาดคำสั่งเทรด และคู่สกุลเงินที่เทรดก็ส่งผลต่อต้นทุนโดยรวมในการเทรดเช่นกัน
-
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการตลาดที่มีความเสถียรมากกว่า บัญชีที่ให้ค่าสเปรดแคบอาจเหมาะในการเทรดกว่า เพราะบัญชีประเภทนี้ให้ค่าสเปรดที่ต่ำกว่าและมีความผันผวนน้อยกว่า ในขณะที่ บัญชี Standard จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการเทรดในตลาดที่มีความผันผวนสูง เพราะมีค่าสเปรดสูงกว่า และเหมาะสำหรับกลยุทธ์การเทรดระยะสั้นมากกว่า เป็นต้น
-
หนึ่งในข้อดีหลักของบัญชี Standard คือ การเข้าถึงเครื่องมือและฟีเจอร์การจัดการความเสี่ยงที่ครอบคลุมกว่า เครื่องมือและฟีเจอร์เหล่านี้สามารถช่วยให้นักลงทุนบริหารจัดการคำสั่งเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า และจำกัดความเสี่ยงที่ต้องเผชิญโดยรวม ในขณะเดียวกัน บัญชีค่าสเปรดแคบก็อาจมีเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงที่จำกัด จึงมีความท้าทายมากกว่าสำหรับนักลงทุนในการจัดการกับคำสั่งเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ
ค่าสเปรดต่ำใน Forex หรือไม่?
ใช่ โดยทั่วไป ค่าสเปรดต่ำถือว่ามีประโยชน์ในตลาด Forex ค่าสเปรดหมายถึงส่วนต่างระหว่างราคา bid (ราคาขาย) และราคาซื้อ (ask) ของคู่สกุลเงิน ค่าสเปรดต่ำหมายความว่า ส่วนต่างระหว่างสองราคาเหล่านี้มีไม่มาก นักเทรดฟอเร็กซ์จึงได้หลายประโยชน์หลายทางดังนี้
ต้นทุนธุรกรรมลดลง
ค่าสเปรดต่ำหมายถึง ต้นทุนการทำธุรกรรมน้อยลง เนื่องจากค่าสเปรดจริง ๆ แล้วก็คือค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ ค่าสเปรดที่ต่ำลงแปลว่า นักเทรดจ่ายเงินเพื่อเข้าและออกจากคำสั่งเทรดน้อยลง จึงได้กำไรมากขึ้นนั่นเอง
ความสามารถในการทำกำไรทันที
คำสั่งเทรดจะได้กำไรเร็วขึ้น เมื่อค่าสเปรดต่ำ เนื่องจากต้นทุนในการเข้าเทรดลดลง ราคาไม่จำเป็นต้องเคลื่อนที่ไปไกลมาก นักเทรดจึงจะได้กำไร
Slippage น้อยลง
Slippage เกิดขึ้นเมื่อราคาการดำเนินคำสั่งเทรดแตกต่างไปจากราคาที่คาดการณ์ ค่าสเปรดต่ำมักหมายถึงสภาพคล่องที่สูงขึ้น และการแทรกแซงราคาที่น้อยลง จึงมีโอกาสน้อยลงที่จะเกิด slippage
โอกาสเทรดเพิ่มขึ้น
ค่าสเปรดต่ำอาจช่วยให้ได้รับโอกาสการเทรดเพิ่มขึ้น ต้นทุนการทำธุรกรรมที่ต่ำลง สามารถช่วยให้เทรดได้บ่อยมากขึ้นหรือใช้กลยุทธ์ที่ต้องอาศัยการเทรดบ่อยขึ้น เช่น การเทรดแบบ scalping
ต้นทุนการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้น
ด้วยค่าสเปรดที่ต่ำ นักเทรดจึงสามารถเข้าใจต้นทุนการเทรดของตนเองล่วงหน้าได้ดีขึ้น จึงมีประโยชน์ในการวางแผนกลยุทธ์และการบริหารความเสี่ยง ให้นักเทรดสามารถทำการตัดสินใจได้อย่างรอบคอบมากขึ้น
สอดรับกับเงื่อนไขตลาด
โบรกเกอร์ที่ให้บริการค่าสเปรดต่ำมักให้ราคาที่สอดรับกับเงื่อนไขตลาด วิธีนี้ช่วยคงความโปร่งใสและรักษาสภาพแวดล้อมการเทรดที่เป็นธรรม
โบรกเกอร์ที่มีค่าสเปรดต่ำเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือไม่?
ใช่ โบรกเกอร์ที่มีค่าสเปรดต่ำมักถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่ในการเทรดฟอเร็กซ์ ค่าสเปรดต่ำหมายถึง ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายของคู่สกุลเงินมีไม่มาก ซึ่งทำให้ต้นทุนการทำธุรกรรมลดลง สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเทรด วิธีนี้อาจช่วยให้การเข้าถึงตลาดเรียบง่ายขึ้นและมีราคาถูกลง
นอกจากนี้ ค่าสเปรดต่ำยังช่วยให้ทำกำไรได้เร็วขึ้นด้วย แปลว่าราคาไม่ต้องเคลื่อนที่ไปไกลในทิศทางที่ต้องการเพื่อที่จะได้กำไร โดยรวมแล้ว การทำงานกับโบรกเกอร์ที่ให้ค่าสเปรดต่ำถือว่าเข้าถึงได้มากกว่าและมีต้นทุนการเทรดที่น้อยกว่าสำหรับนักเทรดมือใหม่
มีวิธีลดต้นทุนการเทรดอย่างไรนอกเหนือจากค่าสเปรดที่ต่ำ?
การเทรดในตลาดการเงินมีต้นทุนมากมาย ในขณะที่การเลือกค่าสเปรดที่ต่ำเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการจำกัดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ยังมีอีกหลายวิธีในการลดต้นทุนการเทรด ได้แก่
-
เลือกโบรกเกอร์ที่มีค่าคอมมิชชั่นต่ำ: ค่าคอมมิชชั่นสามารถส่งผลต่อต้นทุนการเทรดของคุณได้มาก ควรเลือกโบรกเกอร์ที่ให้ค่าคอมมิชชั่นต่ำหรือเป็นศูนย์ในการเทรด คุณจะได้ประหยัดเงินได้มาก
-
ใช้ประโยชน์จาก Limit Orders: Limit Orders ให้คุณสามารถกำหนดราคาที่คุณต้องการซื้อหรือขายสินทรัพย์ การใช้คำสั่งประเภท limit orders ช่วยให้คุณแน่ใจว่าคุณจะเข้าเทรดในราคาที่ต้องการ สามารถหลีกเลี่ยงต้นทุนที่ไม่จำเป็นของคำสั่งเทรดประเภท Market Orders ได้
-
พิจารณาต้นทุนข้ามคืน: บางโบรกเกอร์หักค่าธรรมเนียมในการเปิดคำสั่งเทรดข้ามคืน การทำความเข้าใจต้นทุนเหล่านี้และว่ามันมีผลอย่างไรต่อคำสั่งเทรดของคุณอาจช่วยหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดได้
-
ใช้งานกลยุทธ์การเทรดที่มีประสิทธิภาพ: กลยุทธ์การเทรดที่ยืดหยุ่น ซึ่งสอดรับกับเงื่อนไขตลาดและสไตล์การเทรดของคุณสามารถช่วยลดการขาดทุนที่ไม่จำเป็นได้ วิธีนี้ ได้แก่ การจัดการความเสี่ยงอย่างระมัดระวังและการหลีกเลี่ยงการเทรดเกินตัว หรือโอเวอร์เทรด ซึ่งจะยิ่งเพิ่มต้นทุนในการเทรดของคุณ
-
ตรวจดูค่าธรรมเนียมการไม่มีความเคลื่อนไหว: บางโบรกเกอร์หักค่าธรรมเนียมหากบัญชีของคุณไม่มีความเคลื่อนไหวในระยะเวลาหนึ่ง การหมั่นตรวจดูบัญชีของคุณเป็นประจำและรับทราบค่าธรรมเนียมการไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ อาจช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเหล่านี้ได้
-
หลีกเลี่ยงการใช้เลเวอเรจสูงเกินควร: แม้ว่าเลเวอเรจจะช่วยทวีคูณผลกำไร แต่เพิ่มความเสี่ยงและต้นทุนที่อาจเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ก
-
ติดตามแพลตฟอร์มและค่าธรรมเนียมข้อมูล: ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และแพลตฟอร์ม เครื่องมือหรือข้อมูลตลาดบางชนิดอาจมีค่าธรรมเนียมเข้ามาเกี่ยวข้อง การเข้าใจค่าใช้จ่ายเหล่านี้และเลือกแพลตฟอร์มที่ให้บริการฟีเจอร์โดยไม่มีค่าบริการเพิ่มเติมอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเทรดได้
-
ทำความเข้าใจเรื่องภาษี: ภาษีอาจเป็นส่วนสำคัญในต้นทุนการเทรด การปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อทำความเข้าใจภาระหน้าที่ของคุณ และโอกาสขอส่วนลดภาษีอาจช่วยให้คุณจัดการกับต้นทุนเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
บทสรุป
กล่าวโดยสรุป ค่าสเปรดที่ต่ำมีความสำคัญในการเทรดฟอเร็กซ์ เพราะสามารถช่วยให้คุณประหยัดเงินในแต่ละคำสั่งเทรด และช่วยเพิ่มรายได้ในระยะยาวได้ การเลือกโบรกเกอร์ที่มีค่าสเปรดแคบที่สุด มีวงเงินฝากขั้นต่ำ และเงื่อนไขการเทรดที่ดีเยี่ยมเป็นหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จสำหรับนักลงทุนทุกคน
คำถามที่พบบ่อย
Exness มีค่าสเปรดที่แคบหรือไม่?
ใช่ Exness เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่มีค่าสเปรดแคบที่สุด
โบรกเกอร์ Forex ไหนมีค่าสเปรดแคบที่สุด?
Tickmill, IC Markets และ Exness เป็นตัวอย่างโบรกเกอร์ Forex ที่ให้บริการค่าสเปรดแคบที่สุด
บัญชี Zero Spread ดีหรือไม่?
ขึ้นอยู๋กับกลยุทธ์การเทรดและความต้องการ
มีโบรกเกอร์ที่ให้ค่าเปรด 0 หรือไม่?
บัญชี Zero Spread คือชื่อของประเภทบัญชีที่โปรโมทคุณสมบัตินี้ โดยทั่วไปค่าสเปรดขั้นต่ำจะอยู่ที่ประมาณ 0.1 pips สำหรับคู่สกุลเงิน EURUSD
อภิธานศัพท์สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
-
1
การบริหารความเสี่ยง
การบริหารความเสี่ยงเป็นรูปแบบการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่เพิ่มผลกำไรสูงสุด เครื่องมือการจัดการความเสี่ยงหลักคือ Stop Loss, Take Profit, การคำนวณปริมาณตำแหน่งโดยพิจารณาจากเลเวอเรจและมูลค่า pip
-
2
ทำกำไร
คำสั่ง Take-Profit คือคำสั่งการซื้อขายประเภทหนึ่งที่สั่งให้นายหน้าปิดสถานะเมื่อตลาดถึงระดับกำไรที่ระบุ
-
3
นักลงทุน
นักลงทุนคือบุคคลที่นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์โดยคาดหวังว่ามูลค่าของสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้นในอนาคต สินทรัพย์อาจเป็นอะไรก็ได้ รวมถึงพันธบัตร หุ้นกู้ กองทุนรวม หุ้น ทองคำ เงิน กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETF) และอสังหาริมทรัพย์
-
4
ความผันผวน
ความผันผวนหมายถึงระดับของการเปลี่ยนแปลงหรือความผันผวนของราคาหรือมูลค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น พันธบัตร หรือสกุลเงินดิจิทัล ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ความผันผวนที่สูงขึ้นบ่งชี้ว่าราคาของสินทรัพย์กำลังเผชิญกับการแกว่งของราคาที่มีนัยสำคัญและรวดเร็วมากขึ้น ในขณะที่ความผันผวนที่ลดลงบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวของราคาที่ค่อนข้างคงที่และค่อยเป็นค่อยไป
-
5
CFD
CFD เป็นสัญญาระหว่างนักลงทุน/ผู้ค้าและผู้ขายที่แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อขายจะต้องจ่ายส่วนต่างราคาระหว่างมูลค่าปัจจุบันของสินทรัพย์และมูลค่า ณ เวลาที่ทำสัญญากับผู้ขาย
ทีมงานที่จัดทำบทความนี้
Oleg Tkachenko เป็นนักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและผู้จัดการความเสี่ยงซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 14 ปีในการทำงานกับธนาคาร บริษัทการลงทุน และแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ที่มีความสำคัญในระบบ เขาเป็นนักวิเคราะห์ของ Traders Union ตั้งแต่ปี 2018 ความเชี่ยวชาญหลักของเขาคือการวิเคราะห์และคาดการณ์แนวโน้มราคาในตลาด Forex หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงการพัฒนากลยุทธ์การซื้อขายและระบบการจัดการความเสี่ยงแต่ละบุคคล นอกจากนี้ เขายังวิเคราะห์ตลาดการลงทุนที่ไม่เป็นมาตรฐานและศึกษาเกี่ยวกับจิตวิทยาการซื้อขายอีกด้วย
นอกจากนี้ โอเล็กยังได้เป็นสมาชิกของสหภาพนักข่าวแห่งชาติยูเครน (บัตรสมาชิกเลขที่ 4575, หนังสือรับรองระหว่างประเทศ UKR4494)
เคท สโตยเชฟ เป็นบรรณาธิการคนไทยที่ Traders Union เธอเรียนจบปริญญาตรีและปริญญาโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ความหลงรักในภาษาพาเธอมาพบกับอาชีพเสริมในฐานะนักแปลภาษาไทยและอังกฤษ จนผันตัวมาเป็นงานหลักที่เธอชื่นชอบ “ฉันสนใจในเรื่องการเงินและการลงทุนมาโดยตลอด ส่วนใหญ่จึงมักแปลงานหรือเขียนคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องการเงิน การเทรดสัญญา CFDs และคริปโต” นอกจากความชอบในภาษาต่างประเทศแล้ว เธอยังสนใจในเรื่องประเด็นสังคมและการเมืองอีกด้วย เธอชอบใช้เวลาว่างกับครอบครัว ปรุงอาหารอร่อย ๆ และพยายามฝึกทักษะภาษาเยอรมัน
Mirjan Hipolito เป็นนักเขียนและบรรณาธิการข่าวที่ Traders Union เธอเป็นนักเเขียนที่เชี่ยวชาญเรื่องคริปโต มีประสบการณ์มากกว่าห้าปีในตลาดการเงิน เธอมีความชำนาญในการเขียนข่าวสารตลาดรายวัน การคาดการณ์ราคา และเรื่องการระดมทุนเพื่อเสนอขายเหรียญดิจิทัลใหม่ (ICO)