เทรดออนไลน์เริ่มต้นง่ายที่นี่
TH /th/interesting-articles/trading-strategies/liquidity-grab/
AR Arabic
AZ Azerbaijan
CS Czech
DA Danish
DE Deutsche
EL Greek
EN English
ES Spanish
ET Estonian
FI Finnish
FR French
HE Hebrew
HI Hindi
HU Hungarian
HY Armenian
IND Indonesian
IT Italian
JA Japan
KK Kazakh
KM Khmer
KO Korean
MS Melayu
NB Norwegian
NL Dutch
PL Polish
PT Portuguese
RO Romanian
... Русский
SQ Albanian
SV Swedish
TG Tajik
TH Thai
TL Tagalog
TR Turkish
UA Ukrainian
UR Urdu
UZ Uzbek
VI Vietnamese
ZH Chinese

วิธีระบุและเทรดกับ Liquidity Grab คืออะไร?

หมายเหตุบรรณาธิการ: แม้ว่าเราจะปฏิบัติตามมาตรฐานบรรณาธิการที่เข้มงวด แต่โพสต์นี้อาจมีการอ้างอิงถึงผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรของเรา นี่คือคำอธิบายเกี่ยวกับวิธีที่เราทำเงิน ข้อมูลและข้อมูลใด ๆ บนหน้าเว็บนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนตามข้อจำกัดความรับผิดของเรา

กลยุทธ์และตัวชี้วัดการดึงสภาพคล่อง:

  • การดึงสภาพคล่องเกี่ยวข้องกับ Smart Money ที่สร้างหรือดึงดูดสภาพคล่องฝั่งตรงข้าม
  • เทคนิคต่าง ๆ รวมถึงการปรับแต่งสมุดคำสั่งซื้อขายและการเบรกเอาท์หลอก
  • ICT SM Trades Indicator บน TradingView สามารถส่งสัญญาณการดึงสภาพคล่องได้
  • การดึงสภาพคล่องจากการล้างพอร์ตเกิดขึ้นเมื่อเทรดเดอร์มืออาชีพเข้าซื้อในช่วงที่มีการล้างพอร์ตจำนวนมาก

สภาพคล่องเป็นรากฐานสำคัญในการเทรด Forex แต่ก็มักจะเป็นความท้าทายที่ซับซ้อน โดยเฉพาะสำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพที่ต้องจัดการกับปริมาณการซื้อขายจำนวนมาก ผู้เล่นในตลาดเหล่านี้ซึ่งมักถูกเรียกว่า “Smart Money” ต้องเผชิญกับปัญหาเฉพาะตัว การซื้อขายในขนาดใหญ่ของพวกเขาต้องการสภาพคล่องในฝั่งตรงข้ามที่เทียบเท่ากัน ซึ่งไม่ได้มีอยู่เสมอไป ส่งผลให้เกิดอุปสรรคสำคัญในการดำเนินกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ

คำเตือนความเสี่ยง: การเทรดฟอเร็กซ์มีความเสี่ยงสูง โดยมีโอกาสที่คุณจะสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้ ความผันผวนของตลาด ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศส่งผลต่อผลลัพธ์ การวิจัยชี้ว่านักเทรดจำนวน 70-80% สูญเสียเงิน โปรดปรึกษากับที่ปรึกษาทางการเงินก่อนทำการเทรด

ความหมายของการดึงสภาพคล่องคืออะไร?

การดึงสภาพคล่องเป็นกลยุทธ์ขั้นสูงที่นักเทรดมืออาชีพใช้เพื่อรับมือกับความท้าทายในการซื้อขายปริมาณมากในตลาดอย่าง Forex และ cryptocurrency กลยุทธ์นี้เน้นการสร้างหรือดึงดูดสภาพคล่องฝั่งตรงข้ามที่จำเป็น คือปริมาณออเดอร์ที่ตรงกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดำเนินการซื้อขายขนาดใหญ่โดยไม่ส่งผลกระทบต่อราคาตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

Smart Money ใช้วิธีหลักสองวิธีในการดึงสภาพคล่อง:

  1. การปั่นราคาผ่านสมุดคำสั่งซื้อขาย: วิธีนี้ใช้เพื่อเพิ่มความต้องการในตลาดอย่างเทียม ๆ การเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการซื้อขายจริง แต่เพื่อชักจูงให้ผู้เข้าร่วมตลาดรายอื่นเข้าใจผิด

  2. การเบรกเอาท์หลอก: ในกรณีนี้ เทรดเดอร์มืออาชีพจะจับตาดูระดับแนวรับสำคัญอย่างใกล้ชิด เมื่อระดับเหล่านี้ถูกทะลุ มักจะกระตุ้นให้เทรดเดอร์รายย่อยจำนวนมากขายตาม

กลยุทธ์การดึงสภาพคล่องเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนเชิงกลยุทธ์อย่างลึกซึ้งและความเข้าใจตลาดของนักเทรดมืออาชีพ สำหรับนักเทรดทั่วไป การตระหนักรู้ถึงกลยุทธ์เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แต่ยังเพื่อพัฒนาความเข้าใจในพลวัตของตลาดอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

กลเม็ดที่ 1. การปั่นราคาผ่านสมุดคำสั่ง (DOM)

เทคนิคที่มักเรียกกันว่าการควบคุมความลึกของตลาด (DOM), กลยุทธ์นี้เริ่มต้นด้วยการวางคำสั่งซื้อขนาดใหญ่อย่างเห็นได้ชัด

คำสั่งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการซื้อขายจริง แต่มีเป้าหมายที่เจ้าเล่ห์มากกว่า คือเพื่อสร้างภาพลวงตาว่ามีความต้องการสินทรัพย์สูง

การปรากฏของคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ในสมุดคำสั่งสามารถส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยจะทำให้เทรดเดอร์รายย่อย ซึ่งมักถูกชักจูงด้วยความต้องการที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น เข้ามาวางคำสั่งซื้อของตนเอง ปฏิกิริยานี้เป็นไปตามแผนของ Smart Money อย่างสมบูรณ์

พวกเขาใช้การหลั่งไหลเข้ามาของคำสั่งซื้อขนาดเล็กเหล่านี้เป็นฉากบังหน้าในการสร้างสถานะขายชอร์ตขนาดใหญ่ เหตุผลนั้นเรียบง่ายแต่ได้ผล เมื่อเทรดเดอร์รายย่อยเติมคำสั่งซื้อในสมุดคำสั่ง Smart Money ก็สะสมสถานะที่เดิมพันว่าราคาจะลดลงอย่างเงียบ ๆ

เมื่อสถานะขายชอร์ตที่ต้องการถูกตั้งขึ้นแล้ว คำสั่งซื้อขนาดใหญ่เดิมซึ่งไม่เคยมีเจตนาจะให้ถูกจับคู่จะถูกนำออกจากสมุดคำสั่ง การนำออกอย่างกะทันหันนี้มักนำไปสู่การปรับฐานของตลาด ราคาที่ถูกดันขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติจากความต้องการที่ดูเหมือนจะมีอยู่จะเริ่มปรับตัวกลับสู่ระดับปกติ

การลดลงของราคานี้เป็นประโยชน์ต่อสถานะขายที่ Smart Money ได้สะสมไว้ ทำให้พวกเขาสามารถทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาที่พวกเขาวางแผนไว้

คำสั่งขายขนาดใหญ่ใกล้กับราคาปัจจุบันคำสั่งขายขนาดใหญ่ใกล้กับราคาปัจจุบัน

ตัวอย่างในภาพด้านบน (นี่คือภาพหน้าจอจากตลาดสกุลเงินดิจิทัล) แสดงคำสั่งขายขนาดใหญ่ เฉพาะเทรดเดอร์มืออาชีพเท่านั้นที่สามารถวางปริมาณมากได้ ในกรณีนี้ คำสั่งนี้สามารถช่วยให้มืออาชีพกระตุ้นผู้เข้าร่วมตลาดรายอื่นให้เปิดสถานะขายชอร์ต และด้วยเหตุนี้จึงเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวโน้มขาลงในปัจจุบัน

เทคนิคที่ 2. การBreakoutsหลอก

กลยุทธ์ที่สองในคู่มือ Smart Money คือการสร้างสัญญาณหลุดปลอม กลยุทธ์นี้ถูกนำมาใช้โดยเฉพาะเมื่อ Smart Money มีมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์ พวกเขาจะติดตามการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ราคาทะลุระดับแนวรับสำคัญลงมา

ในสถานการณ์ตลาดทั่วไป การที่ระดับแนวรับถูกเจาะลงมามักจะกระตุ้นให้เทรดเดอร์รายย่อยจำนวนมากรีบขาย เนื่องจากมักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณขาลง Smart Money ใช้ประโยชน์จากปฏิกิริยานี้ พวกเขาวางตำแหน่งตัวเองเพื่อดูดซับคำสั่งขายที่มาจากผู้เข้าร่วมตลาดรายย่อย การดูดซับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่คำนวณไว้เพื่อสะสมสถานะซื้อในราคาที่ต่ำกว่า

ช่วงเวลาคือสิ่งที่ทำให้กลยุทธ์นี้มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ การทะลุแนวรับทำให้เกิดความตื่นตระหนกชั่วคราวหรือความรู้สึกเป็นขาลงในหมู่นักเทรดที่มีประสบการณ์น้อย พวกเขารีบขายเพราะกลัวราคาจะลดลงต่อไป ในขณะเดียวกัน Smart Money ที่มีมุมมองขาขึ้นจะรวบรวมคำสั่งขายเหล่านี้ ซึ่งเป็นการดึงสภาพคล่องที่ถูกปล่อยออกมาจากตลาด ช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างสถานะขาขึ้นได้อย่างเงียบ ๆ และในราคาที่ได้เปรียบมากกว่าเดิม

เมื่อใดที่ตลาดมีเสถียรภาพหรือฟื้นตัว ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากการร่วงลงชั่วคราวเช่นนี้ ราคาของสินทรัพย์จะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง การปรับตัวขึ้นของราคานี้เป็นประโยชน์ต่อสถานะที่ Smart Money สะสมไว้ในช่วง breakout หลอก ทำให้พวกเขาสามารถทำกำไรจากความปั่นป่วนชั่วคราวในตลาดที่พวกเขามีส่วนร่วมสร้างขึ้น

การbreakoutหลอกของแนวต้านการbreakoutหลอกของแนวต้าน

ตัวอย่างข้างต้น (bitcoin market) แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมการซื้อในช่วงที่ราคาทะลุระดับจิตวิทยาที่ 43,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ เงินทุนอัจฉริยะสามารถใช้กิจกรรมนี้ (และอาจช่วยสนับสนุนด้วย) เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างสถานะขายขนาดใหญ่

ตัวชี้วัดการดึงสภาพคล่องใน Tradingview คืออะไร?

เทรดเดอร์มีเครื่องมือและอินดิเคเตอร์ มากมายให้ใช้ในการระบุแนวโน้มของตลาดและโอกาสในการเข้าเทรด หนึ่งในเครื่องมือเหล่านั้นคืออินดิเคเตอร์จับสภาพคล่อง ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อระบุช่วงเวลาที่Smart Moneyดำเนินการจับสภาพคล่อง

บน Tradingview ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกราฟยอดนิยมที่นักเทรดทั่วโลกใช้ ฟังก์ชันนี้ถูกรวมอยู่ในอินดิเคเตอร์ที่เรียกว่า ICT SM Trades Indicator

อินดิเคเตอร์ ICT (Inner Circle Trader) SM Trades ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดเผยการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนของ Smart Money—ผู้เล่นในตลาดที่ทำธุรกรรมปริมาณมากและสามารถมีอิทธิพลต่อทิศทางราคาตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ อินดิเคเตอร์นี้จะเน้นพื้นที่ที่เทรดเดอร์กลุ่มนี้มีแนวโน้มจะเข้าสู่ตลาด ซึ่งมักจะเกิดขึ้นโดยมีผลเสียต่อผู้เล่นรายย่อย

มันมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการระบุจุดที่มีการ 'ดึงสภาพคล่อง' กล่าวคือ จุดที่ผู้เล่นรายใหญ่มีแนวโน้มที่จะดูดซับสภาพคล่องที่เกิดจากการตั้งจุดหยุดขาดทุนของนักเทรดรายย่อยหรือการเข้า breakout

ตัวบ่งชี้การดึงสภาพคล่องใน Tradingviewตัวบ่งชี้การดึงสภาพคล่องใน Tradingview

ภาพด้านบนแสดงให้เห็น ICT SM Trades Indicator ที่กำลังทำงานบนกราฟ USD/JPY โดยเน้นจุดเฉพาะที่มีสัญลักษณ์เพชรสีเขียว ซึ่งคาดว่ามีการดึงสภาพคล่องเกิดขึ้นใต้เส้นแนวรับ จุดเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับนักเทรด มักจะเกิดขึ้นก่อนการกลับตัวอย่างรวดเร็วเมื่อ Smart Money สะสมสถานะที่ต้องการครบแล้ว และตลาดตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานอย่างฉับพลัน

เทรดเดอร์ใช้ตัวชี้วัดนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการติดอยู่ในความเคลื่อนไหวที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งเกิดจากการดึงสภาพคล่องเหล่านี้ และหากมีทักษะเพียงพอ ก็สามารถปรับการเทรดให้สอดคล้องกับทิศทางของ Smart Money ได้

ในความเป็นจริง TradingView เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายมากและมีอินดิเคเตอร์มากมาย คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ได้ในบทความ: รีวิว Tradingview 2026: คุ้มค่ากับการจ่ายเงินเพื่อ Pro หรือไม่?

การระบุการดึงสภาพคล่องด้วยอินดิเคเตอร์อย่าง ICT SM Trades เป็นเพียงครึ่งหนึ่งของงาน – การดำเนินการเทรดที่ตอบสนองได้ต้องใช้โบรกเกอร์ที่สามารถส่งคำสั่งได้รวดเร็ว มีกฎเกณฑ์มาร์จิ้นที่โปร่งใส และมีตัวเลือกเลเวอเรจตามที่คุณต้องการ ด้านล่างนี้คือการเปรียบเทียบแบบกระชับของโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงซึ่งรองรับการส่งคำสั่งความเร็วสูงและเลเวอเรจสูง ใช้ข้อมูลนี้เพื่อเลือกผู้ให้บริการที่ได้รับการกำกับดูแลให้ตรงกับความต้องการในการดำเนินการของคุณ

โบรกเกอร์ TradingView Forex ที่ดีที่สุด
OANDA Plus500 IG Markets IUX Pepperstone

TradingView

มี มี มี มี มี

เงินฝากขั้นต่ำ, $

ไม่มี 100 1 50 ไม่มี

เลเวอเรจสูงสุด

1:200 1:300 1:200 1:3000 1:500

สเปรดขั้นต่ำ EUR/USD, pips

0.1 0.5 0.6 0.6 0.5

สเปรดสูงสุด EUR/USD, pips

0.5 0.9 1.2 0.8 1.5

เปิดบัญชี

ไปโบรกเกอร์
เงินทุนของคุณมีความเสี่ยง
ไปโบรกเกอร์
82% ของบัญชี CFD ของการขายปลีกสูญเสียเงิน
อ่านรีวิว ไปโบรกเกอร์
เงินทุนของคุณมีความเสี่ยง
ไปโบรกเกอร์
เงินทุนของคุณมีความเสี่ยง

การดึงสภาพคล่องคืออะไร?

การดึงสภาพคล่องจากการล้างพอร์ตเป็นกลยุทธ์เชิงกลยุทธ์ในโลกของการเทรดที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้ประโยชน์จากการปิดสถานะโดยถูกบังคับ ซึ่งมักพบในสภาพแวดล้อมการเทรดที่ใช้เลเวอเรจ ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อราคาตลาดแตะจุดที่สถานะที่ใช้เลเวอเรจ โดยเฉพาะของเทรดเดอร์รายย่อย ถูกปิดโดยอัตโนมัติหรือ 'ล้างพอร์ต' เนื่องจากมาร์จิ้นไม่เพียงพอที่จะรองรับการเทรดนั้น

การดึงสภาพคล่องการดึงสภาพคล่อง

แผนภูมิแสดงแนวคิดนี้ในบริบทของการเทรด Bitcoin โดยแสดงกราฟราคาที่มีการร่วงลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการลดลงของราคาที่รุนแรงและจะกระตุ้นให้เกิดการล้างพอร์ตของสถานะซื้อจำนวนมาก ใต้กราฟราคา จะเห็นยอดปริมาณการล้างพอร์ตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่ามีการปิดสถานะซื้อจำนวนมากโดยถูกบังคับ

เทรดเดอร์ Smart Money รอคอยช่วงเวลาที่มีการลิควิดสูง พวกเขาคาดการณ์ว่าการลิควิดตำแหน่งขาขึ้นจะกดราคาลงชั่วคราว ทำให้สามารถซื้อสินทรัพย์ได้ในราคาที่ต่ำกว่า

เมื่อคลื่นของการขายสินทรัพย์แบบบังคับสิ้นสุดลง บรรดานักเทรดมืออาชีพเหล่านี้ซึ่งได้เพิ่มสถานะซื้อของตนผ่านการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ถูกชำระบัญชี จะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของราคาที่ตามมา กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้พวกเขาเพิ่มพอร์ตการลงทุนฝั่งซื้อ แต่ยังได้รับประโยชน์จากความผันผวนและการเทขายด้วยความตื่นตระหนกที่เกิดจากการชำระบัญชีจำนวนมากอีกด้วย

รอการยืนยันหลังจากเกิดการดึงสภาพคล่อง

Anton Kharitonov ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล

จากประสบการณ์จริง การดึงสภาพคล่องไม่ใช่แค่ “breakout” หลอกเท่านั้น แต่เป็นการเคลื่อนไหวของราคาที่จงใจเข้าไปยังกลุ่มคำสั่งหยุดขาดทุน หลังจากนั้นตลาดมักจะกลับทิศทางอย่างรุนแรง สถานการณ์เช่นนี้มักจะเกิดขึ้นใกล้จุดสูงสุดและต่ำสุดที่เห็นได้ชัด ระดับแนวรับและแนวต้านสำคัญ หรือก่อนการประกาศข่าวใหญ่ เมื่อมีคำสั่งซื้อขายที่รอดำเนินการจำนวนมากสะสมอยู่ในตลาด

การดึงสภาพคล่องสามารถระบุได้โดยการวิเคราะห์โครงสร้างของตลาด หากราคาทะลุระดับสำคัญอย่างรวดเร็วแล้วกลับตัวอย่างรวดเร็วและเคลื่อนไหวสะสมอยู่ในกรอบเดิม นี่มักเป็นสัญญาณว่าสภาพคล่องได้ถูกดึงไปแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องให้ความสนใจไม่เพียงแต่การทะลุครั้งแรก แต่ยังรวมถึงปฏิกิริยาหลังจากนั้นด้วย การเคลื่อนไหวกลับและการยืนยันโครงสร้างมักจะให้สัญญาณที่น่าเชื่อถือมากกว่าตัวbreakoutเอง

ในสถานการณ์เหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดในช่วงแรงกระตุ้นแรก และรอการยืนยันการกลับตัวหรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระยะสั้นแทน การบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวดยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการทะลุระดับราคาแต่ละครั้งไม่ได้หมายความว่าเป็นการดึงสภาพคล่องโดยเจตนาเสมอไป บางครั้งตลาดยังคงเคลื่อนไหวไปในทิศทางของ breakout ความสามารถในการแยกแยะระหว่างการถูกชักจูงกับ breakout ที่แท้จริงจะพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์และการวิเคราะห์บริบทอย่างรอบคอบ

บทสรุป

กลยุทธ์การดึงสภาพคล่องในตลาด Forex เป็นเครื่องมือสำคัญที่นักลงทุนควรเข้าใจเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและลดความเสี่ยง โดยการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของ Smart Money ที่มักเคลื่อนไหวเพื่อล่อให้รายย่อยเปิดออเดอร์ในทิศทางของตนเอง จะช่วยให้เรามองเห็นโอกาสมากกว่าความเสี่ยง ตัวอย่างเช่น การวาง Stop Loss บริเวณแนวรับหรือแนวต้านที่ชัดเจนมักเป็นจุดที่สภาพคล่องถูกดึงออกไป นักลงทุนที่สามารถตีความสัญญาณเหล่านี้ได้ย่อมพร้อมรับมือกับตลาดที่มีความผันผวนสูง ในท้ายที่สุดแล้ว ความเข้าใจกลยุทธ์นี้คือกุญแจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโตในโลกการเทรดที่ท้าทายเสมอ.

คำถามที่พบบ่อย

นักเทรดมือใหม่ควรระวังอะไรเมื่อต้องเผชิญกับกลยุทธ์การดึงสภาพคล่องใน Forex?

นักเทรดมือใหม่ควรระวังการตกเป็นเหยื่อของราคาเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น การปั่นราคาหรือ breakouts หลอก โดยควรหลีกเลี่ยงการเข้าออเดอร์ตามแรงกระตุ้นแรก หมั่นวิเคราะห์โครงสร้างตลาด และใช้การยืนยันก่อนตัดสินใจ พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย

กลยุทธ์การดึงสภาพคล่องใน Forex ส่งผลต่อความผันผวนของราคาตลาดอย่างไร?

กลยุทธ์การดึงสภาพคล่องมักกระตุ้นให้เกิดความผันผวนระยะสั้น เช่น การปรับตัวลงหรือขึ้นอย่างเฉียบพลันจากการดูดซับออเดอร์ของรายย่อย ส่งผลให้ราคามีการกลับทิศทางหรือฟื้นตัวจากความตื่นตระหนกในตลาด

ความแตกต่างระหว่างการ breakouts จริงกับ breakouts หลอกในกลยุทธ์การดึงสภาพคล่องคืออะไร?

breakouts จริงคือการทะลุระดับราคาที่มีแรงซื้อต่อเนื่องและราคามีแนวโน้มตามทิศทางเดิม ส่วน breakouts หลอกในกลยุทธ์การดึงสภาพคล่อง มักมีการกลับทิศอย่างรวดเร็วหลังทะลุแนวรับหรือแนวต้าน เนื่องจากเป็นการดึงดูดรายย่อยให้เข้าสถานะ ก่อนที่ Smart Money จะเปลี่ยนทิศตลาด

การดึงสภาพคล่องเกี่ยวข้องกับการบริหารออเดอร์ในตลาดอย่างไร?

การดึงสภาพคล่องเกี่ยวข้องกับการวางออเดอร์ขนาดใหญ่หรือการสร้างภาพลวงตาในสมุดคำสั่ง เพื่อจูงใจให้ฝั่งตรงข้ามเข้ามาเติมสภาพคล่อง หลังจากนั้นผู้เล่นมืออาชีพจะเข้าสะสมสถานะตามแผน และนำออเดอร์ล่อออก ทำให้ตลาดปรับตัวอย่างรวดเร็วตามที่ต้องการ

ทีมงานที่จัดทำบทความนี้

Vuk Martin
ผู้สนับสนุน

Vuk เป็นผู้นำด้านการสื่อสารมวลชนทางการเงิน โดยผสมผสานประสบการณ์การลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลกว่า 6 ปีเข้ากับข้อมูลเชิงลึกอันล้ำลึกที่ได้รับจากการฝ่าฟันวงจรขาขึ้นและขาลง 2 รอบ Vuk เป็นนักเขียนเนื้อหาที่ทุ่มเท และมีส่วนสนับสนุนงานตีพิมพ์และโครงการต่างๆ มากมาย การเดินทางของเขาจากบัณฑิตภาษาอังกฤษสู่เสียงที่เป็นที่ต้องการในด้านการเงินสะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลในการไขความลึกลับของแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อน ทำให้เขาเป็นแนวทางที่มีประโยชน์สำหรับทั้งผู้มาใหม่และนักลงทุนที่มีประสบการณ์.

อภิธานศัพท์สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
สกุลเงินดิจิทัล

สกุลเงินดิจิทัลเป็นสกุลเงินดิจิทัลหรือเสมือนประเภทหนึ่งที่ต้องอาศัยการเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัย ต่างจากสกุลเงินแบบดั้งเดิมที่ออกโดยรัฐบาล (สกุลเงิน fiat) สกุลเงินดิจิทัลทำงานบนเครือข่ายแบบกระจายอำนาจ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน

ความผันผวน

ความผันผวนหมายถึงระดับของการเปลี่ยนแปลงหรือความผันผวนของราคาหรือมูลค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น พันธบัตร หรือสกุลเงินดิจิทัล ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ความผันผวนที่สูงขึ้นบ่งชี้ว่าราคาของสินทรัพย์กำลังเผชิญกับการแกว่งของราคาที่มีนัยสำคัญและรวดเร็วมากขึ้น ในขณะที่ความผันผวนที่ลดลงบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวของราคาที่ค่อนข้างคงที่และค่อยเป็นค่อยไป

ทำกำไร

คำสั่ง Take-Profit คือคำสั่งการซื้อขายประเภทหนึ่งที่สั่งให้นายหน้าปิดสถานะเมื่อตลาดถึงระดับกำไรที่ระบุ

พิเศษ

Xetra เป็นระบบการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เยอรมันที่ตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ตดำเนินการ Deutsche Börse เป็นบริษัทแม่ของตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ต

CFD

CFD เป็นสัญญาระหว่างนักลงทุน/ผู้ค้าและผู้ขายที่แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อขายจะต้องจ่ายส่วนต่างราคาระหว่างมูลค่าปัจจุบันของสินทรัพย์และมูลค่า ณ เวลาที่ทำสัญญากับผู้ขาย