วิธีตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit ใน Tradingview
หมายเหตุบรรณาธิการ: แม้ว่าเราจะปฏิบัติตามมาตรฐานบรรณาธิการที่เข้มงวด แต่โพสต์นี้อาจมีการอ้างอิงถึงผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรของเรา นี่คือคำอธิบายเกี่ยวกับวิธีที่เราทำเงิน ข้อมูลและข้อมูลใด ๆ บนหน้าเว็บนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนตามข้อจำกัดความรับผิดของเรา
ในการตั้งค่า Take Profit (TP) และ Stop Loss (SL) ใน TradingView ให้ไปที่แผงการซื้อขายของคุณ เลือกตำแหน่งที่ต้องการ และกรอกราคาที่ต้องการสำหรับ TP และ SL อย่าลืมพิจารณาอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนอย่างรอบคอบเพื่อการจัดการการเทรดที่มีประสิทธิภาพ
ในการเทรด การเข้าใจถึงความสำคัญของการตั้งค่า Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ Stop Loss ทำหน้าที่เป็นเครื่องป้องกัน โดยจำกัดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นด้วยการปิดสถานะโดยอัตโนมัติหากตลาดเคลื่อนไหวในทิศทางที่ไม่เอื้ออำนวย ในทางกลับกัน Take Profit ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถล็อกกำไรได้โดยการปิดสถานะโดยอัตโนมัติเมื่อถึงระดับราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
บทความนี้มีเป้าหมายเพื่ออธิบายขั้นตอนการตั้งค่า TP และ SL ใน TradingView ให้เข้าใจง่ายขึ้น พร้อมทั้งให้ข้อมูลเชิงลึกและเคล็ดลับเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล
การตั้งค่า TP และ SL ใน TradingView
การตั้งค่า Take Profit (TP) และ Stop Loss (SL) ใน TradingView เป็นทักษะที่สำคัญสำหรับนักเทรด ซึ่งผสานรวมฟังก์ชันการเทรดได้อย่างราบรื่น นักเทรดสามารถบริหารจัดการสถานะของตนได้อย่างมีกลยุทธ์ผ่านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายของ TradingView
ในการตั้งค่า Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP) ใน TradingView เป็นกระบวนการที่ง่ายและสะดวก โดยมอบวิธีการที่สะดวกสองแบบให้กับเทรดเดอร์สำหรับการจัดการการเทรดอย่างแม่นยำ
Tradingviewผ่านแบบฟอร์มคำสั่ง (ทางขวาของภาพ)
ทางด้านขวาของแพลตฟอร์ม คุณจะพบแบบฟอร์มคำสั่งซื้อ ที่นี่ เทรดเดอร์สามารถกรอกค่าที่ต้องการสำหรับ Stop Loss และ Take Profit เมื่อเข้าสู่การเทรด วิธีนี้ช่วยให้มีการบริหารความเสี่ยง โดยเทรดเดอร์สามารถกำหนดจุดออกจากการเทรดที่ต้องการได้ตั้งแต่เริ่มต้นการเทรด
ผ่านทางกราฟ (ชี้เมาส์ไปที่รูปภาพ)
สำหรับวิธีที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เทรดเดอร์สามารถตั้งค่า SL และ TP ได้โดยตรงบนกราฟด้วยเมาส์ โดยการเลื่อนเมาส์ไปยังระดับราคาที่ต้องการบนกราฟ จะมีอินเทอร์เฟซแสดงผลขึ้นมา ช่วยให้เทรดเดอร์ตั้งคำสั่ง Stop Loss และ Take Profit ได้อย่างง่ายดาย
ในการใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ เทรดเดอร์จำเป็นต้องเชื่อมต่อบัญชี TradingView ของตน ไม่ว่าจะเป็นบัญชีทดลองหรือบัญชีเทรดจริง การเชื่อมต่อนี้จะช่วยให้สามารถใช้ความสามารถของแพลตฟอร์มได้อย่างเต็มที่
สำหรับการสำรวจฟังก์ชันการทำงานของ TradingView อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้อ่าน รีวิว Trading View
เคล็ดลับในการตั้งค่า TP และ SL
นำระบบการจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพมาใช้
ใช้ระบบการจัดการความเสี่ยงเพื่อกำหนดปริมาณความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ในแต่ละการเทรด วิธีการที่เป็นระบบนี้จะช่วยปกป้องเงินทุนของคุณและทำให้มั่นใจว่าคุณตัดสินใจอย่างรอบคอบ
กำหนดระดับ TP และ SL ที่สมจริง
หลีกเลี่ยงการตั้งระดับ Take Profit หรือ Stop Loss ที่สูงเกินไปหรือยากต่อการบรรลุผล
เตรียมพร้อมที่จะปรับระดับ TP และ SL
ตลาดมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และสภาวะต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ควรมีความยืดหยุ่นและเตรียมพร้อมที่จะปรับระดับ Take Profit และ Stop Loss ของคุณเมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยนแปลง
ฉันสามารถซื้อขายโดยตรงจาก TradingView ได้หรือไม่?
ใช่ คุณสามารถทำการซื้อขายโดยตรงจาก TradingView ได้ เนื่องจากมีโบรกเกอร์บางรายที่ให้บริการแพลตฟอร์มการซื้อขายนี้เพิ่มเติม ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถดำเนินการซื้อขายได้โดยตรงจากเทอร์มินัล TradingView โดยใช้กราฟและเครื่องมือของแพลตฟอร์มนี้ในการวางและจัดการคำสั่งซื้อขายของคุณอย่างราบรื่น เราได้เปรียบเทียบโบรกเกอร์สามรายที่รองรับ TradingView เพื่อช่วยให้คุณเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด
| เงินฝากขั้นต่ำ, $ | ระเบียบ | TradingView การผสานรวม | ECN สเปรด EUR/USD | คะแนนรวม TU | เปิดบัญชี | |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ไม่มี | FSC (BVI), ASIC, IIROC, FCA, CFTC, NFA | มี | 0.15 | 6.66 | ไปโบรกเกอร์ เงินทุนของคุณมีความเสี่ยง |
|
| 100 | CySEC, FCA, ASIC, FMA, FSCA, FSA Seychelles, EFSA, MAS, DFSA, SCB | มี | ไม่มี | 8.8 | ไปโบรกเกอร์ 82% ของบัญชี CFD ของการขายปลีกสูญเสียเงิน |
|
| 1 | FCA, BaFin, ASIC, MAS, CySec, FINMA, BMA, CFTC, NFA | มี | 0.8 | 6.61 | อ่านรีวิว |
Stop Loss และ Take Profit – พื้นฐานของการบริหารความเสี่ยงในการเทรด
ฉันสังเกตว่ามือใหม่จำนวนมากมองว่า Stop Loss และ Take Profit เป็นเพียงพิธีการ โดยมักจะตั้งไว้ในระดับที่สุ่มหรือแม้แต่ขยับตำแหน่งระหว่างการเทรด นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการขาดทุน
ในการปฏิบัติจริง Stop Loss ควรกำหนดโดยอิงตามตรรกะของตลาด ไม่ใช่ขนาดของการขาดทุนที่คุณยอมรับได้ ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการตั้งจุดหยุดขาดทุนคือบริเวณที่อยู่นอกเหนือแนวรับหรือแนวต้านสำคัญ ซึ่งแนวคิดการเทรดจะหมดความสมเหตุสมผล Take Profit ก็ต้องคำนวณล่วงหน้าเช่นกัน โดยปกติฉันจะตั้งเป้า อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงอย่างน้อย 1:2 หมายความว่ากำไรที่เป็นไปได้ควรมีอย่างน้อยสองเท่าของการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น
TradingView มีเครื่องมือที่สะดวกสำหรับการวิเคราะห์ระดับ แนวโน้ม และความผันผวนก่อนเข้าสู่การเทรด ด้วยเหตุนี้ ฉันขอแนะนำให้วางแผน Stop Loss และ Take Profit ของคุณก่อนเปิดสถานะ วิธีนี้จะช่วยขจัดการตัดสินใจที่เกิดจากอารมณ์และช่วยรักษากลยุทธ์การเทรดที่มีวินัย
บทสรุป
การตั้งค่า TP และ SL ใน TradingView คือหัวใจสำคัญของการบริหารความเสี่ยงที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ เหล่านักเทรดมืออาชีพต่างเน้นย้ำความสำคัญของการกำหนดขอบเขตผลกำไรและขาดทุนให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของตน เช่น การวาง TP ไว้ที่ระดับแนวต้านสำคัญ หรือการกำหนด SL ให้ต่ำกว่าระดับแนวรับที่ชัดเจน การตั้งค่าเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องเงินทุน แต่ยังมอบข้อได้เปรียบเชิงจิตวิทยาให้ตัดสินใจอย่างมีวินัย สุดท้าย ความสำเร็จในการซื้อขายไม่ใช่เรื่องของโชค แต่คือผลลัพธ์จากการวางแผนและบริหารความเสี่ยงอย่างจริงจัง
คำถามที่พบบ่อย
วิธีตั้งค่า TP และ SL ใน TradingView ช่วยส่งเสริมวินัยในการเทรดอย่างไร?
ข้อควรระวังเมื่อตั้งค่า Take Profit และ Stop Loss ใน TradingView มีอะไรบ้าง?
อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับการตั้ง TP และ SL คือเท่าไหร่?
นักเทรดต้องเชื่อมต่อบัญชีแบบใดเพื่อใช้ฟังก์ชัน TP และ SL ใน TradingView?
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทีมงานที่จัดทำบทความนี้
Upendra Goswami เป็นผู้สร้างเนื้อหาดิจิทัลเต็มเวลา นักการตลาด และนักลงทุนที่กระตือรือร้น ในฐานะผู้สร้าง เขาชื่นชอบการเขียนเกี่ยวกับการซื้อขายออนไลน์ บล็อกเชน สกุลเงินดิจิทัล และการซื้อขายหุ้น.
การบริหารความเสี่ยงเป็นรูปแบบการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่เพิ่มผลกำไรสูงสุด เครื่องมือการจัดการความเสี่ยงหลักคือ Stop Loss, Take Profit, การคำนวณปริมาณตำแหน่งโดยพิจารณาจากเลเวอเรจและมูลค่า pip
การซื้อขายเกี่ยวข้องกับการซื้อและขายสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น สกุลเงิน หรือสินค้าโภคภัณฑ์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำกำไรจากความผันผวนของราคาในตลาด เทรดเดอร์ใช้กลยุทธ์ เทคนิคการวิเคราะห์ และแนวทางปฏิบัติในการบริหารความเสี่ยงที่หลากหลาย เพื่อตัดสินใจอย่างมีข้อมูลและเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในตลาดการเงิน
ความผันผวนหมายถึงระดับของการเปลี่ยนแปลงหรือความผันผวนของราคาหรือมูลค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น พันธบัตร หรือสกุลเงินดิจิทัล ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ความผันผวนที่สูงขึ้นบ่งชี้ว่าราคาของสินทรัพย์กำลังเผชิญกับการแกว่งของราคาที่มีนัยสำคัญและรวดเร็วมากขึ้น ในขณะที่ความผันผวนที่ลดลงบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวของราคาที่ค่อนข้างคงที่และค่อยเป็นค่อยไป
นักลงทุนคือบุคคลที่นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์โดยคาดหวังว่ามูลค่าของสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้นในอนาคต สินทรัพย์อาจเป็นอะไรก็ได้ รวมถึงพันธบัตร หุ้นกู้ กองทุนรวม หุ้น ทองคำ เงิน กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETF) และอสังหาริมทรัพย์
CFD เป็นสัญญาระหว่างนักลงทุน/ผู้ค้าและผู้ขายที่แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อขายจะต้องจ่ายส่วนต่างราคาระหว่างมูลค่าปัจจุบันของสินทรัพย์และมูลค่า ณ เวลาที่ทำสัญญากับผู้ขาย