ไทยเร่งแผนเจ้าภาพประชุม IMF และ World Bank ปี 2569 หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับบทบาทการเงินภูมิภาค
ประเทศไทยกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกในวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเวทีเศรษฐกิจการเงินระดับโลกที่ดึงผู้เข้าร่วมมากกว่า 15,000 คนจาก 191 ประเทศ. การจัดงานครั้งนี้ถูกวางให้เป็นทั้งแรงหนุนต่อภาคท่องเที่ยวและบริการในระยะสั้น และเป็นโอกาสยกระดับภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และบทบาทของไทยในระบบการเงินระหว่างประเทศ.
ไฮไลท์
- ไทยเตรียมความพร้อม 100% สำหรับการเป็นเจ้าภาพประชุมประจำปี IMF และ World Bank ปี 2569 โดยคณะตรวจประเมินจะลงพื้นที่เดือนกรกฎาคมนี้.
- การประชุมคาดว่าจะกระตุ้นภาคท่องเที่ยวและบริการจากผู้เข้าร่วมมีกำลังซื้อสูง พร้อมต่อยอด Soft Power ไทยใน 21 จังหวัด.
- ธปท.จะนำเสนอนโยบาย Safe & Inclusive Digital Finance และผลักดัน Bangkok Blueprint ยกระดับกฎหมายนโยบายเงินดิจิทัลภูมิภาค.
แผนเจ้าภาพและวาระนโยบายของไทย
ตามรายงานของ Bank of Thailand ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุในแถลงข่าวร่วมกับกระทรวงการคลังว่า ไทยมีความพร้อมเต็ม 100% สำหรับการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี 2569 โดยในเดือนกรกฎาคม คณะผู้แทนจาก The International Monetary Fund และ The World Bank Group เดินทางมาตรวจประเมินความพร้อมขั้นสุดท้ายในภารกิจ July Mission อย่างใกล้ชิด.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลผลักดันการจัดประชุมครั้งนี้เป็นวาระแห่งชาติ ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” เพื่อเชื่อมวิสัยทัศน์ของไทยกับความท้าทายเศรษฐกิจโลก และต่อยอดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่แนวทางการพัฒนาที่สมดุล ยั่งยืน และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง.
ไทยกำหนด 4 เสาหลักสำหรับการขับเคลื่อนเชิงนโยบายบนเวทีดังกล่าว ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและ AI เพื่อการเติบโตที่ทั่วถึงและยืดหยุ่น การขยายบทบาทของประเทศขนาดกลางในโลกที่มีความแตกแยกสูง การสร้างสถาปัตยกรรมการเงินใหม่เพื่อรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการรับมือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรผ่านเศรษฐกิจแห่งการมีอายุยืน.
ภาครัฐยังจัดโครงสร้างการทำงานผ่านคณะอนุกรรมการ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสารัตถะ ด้านพิธีการและอำนวยการ และด้านการรักษาความปลอดภัย ขณะที่แคมเปญ “Road to Thailand” ถูกใช้เพื่อขยายการรับรู้ไปยังหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ ประชาชน เยาวชน ชุมชนท้องถิ่น และผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้ามามีส่วนร่วมกับการเตรียมงานและช่วงการประชุม.
ผลต่อเศรษฐกิจ บริการ และภาพลักษณ์การเงินไทย
รัฐบาลประเมินว่าการเดินทางเข้ามาของผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกซึ่งเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูง จะช่วยหนุนภาคท่องเที่ยวและบริการทันทีในระยะสั้น ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ไทยนำเสนอศักยภาพชุมชนท้องถิ่นและ Soft Power ผ่านการใช้ผ้าทอและผ้าพื้นเมืองจาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน รวม 37 ลายอัตลักษณ์ ตลอดจนอาหารและเครื่องดื่มสินค้า GI ของไทยภายในงาน.นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธปท. ใช้เวทีนี้นำเสนอแนวคิด Safe & Inclusive Digital Finance หรือ SIDF โดยชูความก้าวหน้าของระบบพร้อมเพย์และ Cross-border QR ควบคู่กับการผลักดันกลไกด้านความปลอดภัย การรับมือภัยไซเบอร์ และระบบนิเวศทางการเงินที่เข้าถึงได้อย่างเป็นธรรมสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม.
ธปท. ยังเตรียมผลักดันกรอบนโยบาย “Bangkok Blueprint” ในฐานะหนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของการประชุม เพื่อเป็นแนวทางที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการรับมือภัยทุจริตทางการเงินดิจิทัล วางฐานกฎหมายและนโยบายที่เข้มแข็ง และยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะผู้กำหนดทิศทางเชิงนโยบายการเงินดิจิทัลในภูมิภาค.
เราเคยรายงานว่า Mastercard พิจารณาขายหุ้น 51% ในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน Vocalink มูลค่าราว 400 ล้านปอนด์ เพื่อตอบสนองแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลในสหราชอาณาจักรที่ต้องการเพิ่มการแข่งขันในตลาดชำระเงินค้าปลีก. บทความดังกล่าวยังชี้ว่าปัจจัยด้านความร่วมมือและการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น MA แม้ยังมีประเด็นความเสี่ยงจากกฎระเบียบและสัญญาณเทคนิคที่ตึงตัว.
ข่าว World แบงก์ ล่าสุด
- Forex
- Crypto