ธปท. เดินหน้ายกระดับมาตรการต้านธุรกรรมผิดกฎหมายร่วมภาคการเงินไทย

ธปท. เดินหน้ายกระดับมาตรการต้านธุรกรรมผิดกฎหมายร่วมภาคการเงินไทย
ยกระดับต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย

ภาคการเงินไทยกำลังเร่งปิดช่องโหว่ที่อาจถูกใช้เป็นทางผ่านของธุรกรรมผิดกฎหมาย ผ่านกรอบความร่วมมือใหม่ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแล. กรอบดังกล่าวครอบคลุมการยกระดับธรรมาภิบาล การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีตรวจจับความเสี่ยง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อคุ้มครองประชาชนและเสริมความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินในระยะยาว.

ไฮไลท์

  • ธปท. ประกาศขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือกับ 11 หน่วยงานภาคการเงินเพื่อยกระดับมาตรการป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายทั่วทั้งระบบ.
  • มาตรการประกอบด้วยการยกระดับ KYC/CDD/EDD, การใช้เทคโนโลยีตรวจจับธุรกรรมเสี่ยง, และสร้างฐานข้อมูลเชื่อมโยงกับ Central Fraud Registry.
  • การดำเนินงานเน้นปกป้องผู้ใช้บริการสุจริต ส่งเสริมการแข่งขันและนวัตกรรม พร้อมสร้างความมั่นคงและเชื่อมั่นในระบบการเงินไทย.

กรอบความร่วมมือและมาตรการกำกับเชิงรุก

ตามรายงานของ Bank of Thailand ตามข่าว ธปท. ฉบับที่ 35/2569 ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ธปท. และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลร่วมกันขับเคลื่อน “กรอบความร่วมมือเพื่อป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายในภาคการเงิน” เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบการเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือ ทางผ่าน หรือช่องทางสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ.

กรอบความร่วมมือดังกล่าวกำหนดให้แต่ละหน่วยงานวางทิศทาง นโยบาย และธรรมาภิบาลองค์กรด้านการป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิดเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการ พร้อมกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ และปรับปรุงมาตรการให้สอดคล้องกับบริบทความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง.

ในส่วนของ ธปท. จะยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลทั้งระบบ ครอบคลุมการตรวจสอบลูกค้าและคู่ค้า การใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และองค์ความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและตรวจจับธุรกรรมเสี่ยง รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปิดช่องโหว่ของการกระทำผิด พร้อมพัฒนามาตรการให้เท่าทันกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่.

บทบาท 11 หน่วยงานและผลต่อความเชื่อมั่นระบบการเงิน

ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. ที่เข้าร่วมจัดทำกรอบความร่วมมือครั้งนี้มี 11 หน่วยงาน รวมทั้งสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย สมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและบริการทางการเงิน และอีก 6 สมาคมและชมรมของกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์.

มาตรการร่วมที่ภาคธุรกิจจะดำเนินการมีตั้งแต่การยกระดับ KYC/CDD/EDD การตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่มีความเสี่ยงสูง การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ตรวจจับธุรกรรมผิดปกติแบบเชิงรุก การพัฒนาฐานข้อมูลบุคคลเสี่ยงและการเชื่อมต่อกับระบบ Central Fraud Registry ตลอดจนการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานด้าน AML/CFT ของอุตสาหกรรม.

การดำเนินงานยังคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ใช้บริการที่สุจริต การเข้าถึงบริการทางการเงิน การแข่งขันที่เป็นธรรม และการส่งเสริมนวัตกรรมควบคู่กันไป ขณะที่การใช้เครือข่ายชุมชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินแก่กลุ่มเปราะบางมีเป้าหมายช่วยลดความเสียหายของประชาชนและสนับสนุนระบบนิเวศการเงินไทยให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือมากขึ้น.

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่ามหาศาลในสหรัฐฯ ที่เราเคยรายงาน กำลังเร่งความต้องการชิป หน่วยความจำ และไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูล จนสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และค่าไฟครัวเรือน อีกด้านหนึ่ง สังคมและตลาดแรงงานกังวลเรื่องการทดแทนงาน ขณะที่ในมุมเศรษฐกิจมหภาคแรงกดดันด้านราคาอาจทำให้การควบคุมเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยซับซ้อนขึ้น

เนื้อหานี้อาจมีความคิดเห็นจากบุคคลที่สาม ข้อมูลและข้อมูลใด ๆ บนเว็บเพจนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนตาม ข้อจำกัดความรับผิดชอบ ของเรา แม้ว่าเราจะยึดมั่นใน ความซื่อสัตย์ทางบรรณาธิการ อย่างเคร่งครัด โพสต์นี้อาจมีการอ้างอิงถึงผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรของเรา