ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยเดือนสิงหาคมทรงตัว ขณะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากอาหารสดและพลังงาน

ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยเดือนสิงหาคมทรงตัว ขณะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากอาหารสดและพลังงาน
เศรษฐกิจไทยยังทรงตัว

เศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2569 ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยแรงหนุนจากการส่งออกสินค้ายังอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงเดือนก่อนตามอุปสงค์ต่างประเทศที่ทรงตัว. ขณะเดียวกัน รายรับภาคท่องเที่ยวยังไม่เร่งตัว แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกลมีจำนวนวันพักสั้นลงเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้น.

ไฮไลท์

  • เศรษฐกิจไทยเดือนสิงหาคม 2569 ทรงตัวจากเดือนก่อน ขณะที่การส่งออกและรายรับท่องเที่ยวยังคงอยู่ในระดับสูงแต่ไม่ขยายตัวชัดเจน.
  • อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากราคาสินค้าอาหารสดและพลังงาน ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานสูงขึ้นจากการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ.
  • ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI, สงคราม, มาตรการรัฐ, ภัยน้ำท่วมและเอลนีโญ, รวมถึงการฟื้นตัวของท่องเที่ยว.

ภาพเศรษฐกิจเดือนสิงหาคมและแรงขับเคลื่อนหลัก

ตามแถลงข่าวของ ธนาคารแห่งประเทศไทย เศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2569 เคลื่อนไหวทรงตัวจากเดือนก่อน โดยอุปสงค์ต่างประเทศทรงตัวและการส่งออกสินค้ายังทรงตัวในระดับสูง ใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ยังมีแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของโลกเข้ามาสนับสนุนภาคการค้า.

ด้านการท่องเที่ยว รายรับภาคท่องเที่ยวทรงตัว แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะไกลมีจำนวนวันพักสั้นลง และกลับเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้น ทำให้เม็ดเงินรับจากภาคบริการยังไม่ขยายตัวชัดเจน.

แรงกดดันเงินเฟ้อและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นตามหมวดอาหารสด จากสภาพอากาศที่แปรปรวนและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงหมวดพลังงานตามราคาน้ำมันดิบโลก ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งสะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ยังมีอยู่ในระบบเศรษฐกิจ.

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ได้แก่ ความต่อเนื่องของวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์โลก, พัฒนาการของสงครามและนโยบายกีดกันการค้าระหว่างประเทศ, ผลของมาตรการรัฐ, ผลกระทบจากน้ำท่วมและเอลนีโญ, รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนมีผลต่อทิศทางกิจกรรมเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไป.

ในบทความก่อนหน้าของเราเกี่ยวกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของสหรัฐฯ เราอธิบายว่าเม็ดเงินมหาศาลที่ไหลเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานกำลังเร่งความต้องการชิป หน่วยความจำ และไฟฟ้า จนเกิดแรงกดดันต่อต้นทุนและราคาสินค้าในวงกว้าง บทความยังชี้ว่าแรงส่งจาก AI มีทั้งด้านบวกต่อการลงทุนและโอกาสธุรกิจ แต่ก็อาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อและทำให้การกำหนดนโยบายการเงินซับซ้อนขึ้น

เนื้อหานี้อาจมีความคิดเห็นจากบุคคลที่สาม ข้อมูลและข้อมูลใด ๆ บนเว็บเพจนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนตาม ข้อจำกัดความรับผิดชอบ ของเรา แม้ว่าเราจะยึดมั่นใน ความซื่อสัตย์ทางบรรณาธิการ อย่างเคร่งครัด โพสต์นี้อาจมีการอ้างอิงถึงผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรของเรา