ธปท. ขยายเวลาซื้อทรัพย์คืนโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ หนุนสภาพคล่องธุรกิจถึงสิ้นปี 2570

ธปท. ขยายเวลาซื้อทรัพย์คืนโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ หนุนสภาพคล่องธุรกิจถึงสิ้นปี 2570
ขยายเวลาพักทรัพย์ พักหนี้

ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ตั้งแต่ปี 2564 กำลังทยอยครบกำหนดใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ทั่วถึง. การขยายเวลาออกไปไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2570 มีเป้าหมายช่วยให้ธุรกิจที่ยังมีศักยภาพมีเวลาจัดหาเงินทุนเพิ่มและเดินหน้ากิจการได้ต่อเนื่อง.

ไฮไลท์

  • ธนาคารแห่งประเทศไทยขยายเวลาใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืนในโครงการ ‘พักทรัพย์ พักหนี้’ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 เพื่อหนุนสภาพคล่องธุรกิจ.
  • ปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจในโครงการมากกว่า 400 ราย ซึ่งจะทยอยครบกำหนดใช้สิทธิคืนตั้งแต่กรกฎาคม 2569 ขณะยังได้รับผลกระทบเศรษฐกิจและความไม่แน่นอน.
  • มาตรการเสริม เช่น สินเชื่อ ‘มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+)’ และโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุนเพื่อซื้อทรัพย์คืน.

กรอบเวลามาตรการและเหตุผลการขยายสิทธิ

ตามรายงานของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า โครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” ถูกจัดทำขึ้นตั้งแต่ปี 2564 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 และเผชิญปัญหาสภาพคล่อง โดยเปิดทางให้โอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันแก่สถาบันการเงินเพื่อชำระหนี้ พร้อมสิทธิซื้อคืนภายใน 5 ปี.

ปัจจุบันยังมีผู้ประกอบธุรกิจในโครงการมากกว่า 400 ราย ที่จะทยอยครบกำหนดใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 ขณะที่บางส่วนยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ ธปท. ขยายระยะเวลาการใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืนออกไปไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2570.

ผลต่อผู้ประกอบการและช่องทางเข้าถึงเงินทุน

ก่อนหน้านี้ ธปท. และภาครัฐสนับสนุนให้สถาบันการเงินใช้มาตรการที่มีอยู่เพื่อช่วยผู้ประกอบธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับซื้อทรัพย์สินคืนอย่างต่อเนื่อง เช่น สินเชื่อ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+)” และโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของธนาคารออมสิน.

ผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องการขอขยายระยะเวลาการใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืนควรเร่งติดต่อสถาบันการเงินเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนครบกำหนดสัญญาเดิม ส่วนธุรกิจที่มีสภาพคล่องและสามารถหาแหล่งเงินทุนได้ ยังสามารถซื้อทรัพย์สินคืนตามกำหนดเดิมเพื่อกลับมาเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้โดยเร็ว.

ในบทความก่อนหน้าของเราเกี่ยวกับแนวโน้มราคาหุ้น Bank of America (BAC) เราได้สรุปว่าราคายังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยซื้อขายเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญและได้แรงหนุนจากผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ออกมาดีกว่าคาด พร้อมการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นผ่านปันผลและซื้อหุ้นคืน อย่างไรก็ตาม อินดิเคเตอร์หลายตัวเข้าสู่โซนซื้อมากเกินไป ทำให้มีความเสี่ยงต่อการพักฐานระยะสั้นภายในกรอบราคา ก่อนลุ้นเบรกผ่านแนวต้านเพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้นต่อไป

เนื้อหานี้อาจมีความคิดเห็นจากบุคคลที่สาม ข้อมูลและข้อมูลใด ๆ บนเว็บเพจนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนตาม ข้อจำกัดความรับผิดชอบ ของเรา แม้ว่าเราจะยึดมั่นใน ความซื่อสัตย์ทางบรรณาธิการ อย่างเคร่งครัด โพสต์นี้อาจมีการอ้างอิงถึงผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรของเรา