ธปท. เดินหน้าสำรวจภาวะสินเชื่อรายไตรมาส ครอบคลุมธนาคารและนอนแบงก์ในไทย

ธปท. เดินหน้าสำรวจภาวะสินเชื่อรายไตรมาส ครอบคลุมธนาคารและนอนแบงก์ในไทย
เกาะติดสินเชื่อไทย

การติดตามทิศทางการปล่อยกู้ของภาคการเงินไทยยังเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินภาวะสินเชื่อและคุณภาพหนี้ในระบบ. แบบสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทยครอบคลุมทั้งมุมมองด้านอุปทาน อุปสงค์ และแนวโน้มในไตรมาสถัดไป เพื่อให้การวิเคราะห์ตลาดสินเชื่อมีความครบถ้วนมากขึ้น.

ไฮไลท์

  • ธปท. ดำเนินการสำรวจภาวะและแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อรายไตรมาส ครอบคลุมทั้งธนาคารและนอนแบงก์ภายใต้การกำกับในไทย.
  • แบบสำรวจ Credit Conditions Survey ประเมินอุปทาน อุปสงค์ และแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อ พร้อมติดตามปัจจัยที่มีผลต่อมาตรฐานและคุณภาพสินเชื่อ.
  • จากไตรมาส 2 ปี 2554 ฐานสำรวจขยายครอบคลุม 49 สถาบัน ช่วยสะท้อนพฤติกรรมปล่อยกู้และความเสี่ยงในระบบการเงินไทยได้ครบถ้วนขึ้น.

ขอบเขตการสำรวจและประเด็นที่ติดตาม

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า การสำรวจภาวะและแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อ หรือ Credit Conditions Survey เป็นการสอบถามความเห็นของผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบงานด้านสินเชื่อของสถาบันการเงิน รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน หรือ Non-Banks โดยดำเนินการเป็นประจำทุกไตรมาส.

คำถามในแบบสำรวจแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ อุปทานของสินเชื่อ ซึ่งครอบคลุมความเข้มงวดของมาตรฐานการปล่อยกู้ ปัจจัยที่มีผลกระทบ และเงื่อนไขการให้สินเชื่อ; อุปสงค์ของสินเชื่อ ซึ่งสะท้อนภาวะและปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการกู้ยืม; และแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อในไตรมาสข้างหน้า ทั้งในด้านความเข้มงวด ความต้องการสินเชื่อ และความกังวลต่อคุณภาพสินเชื่อ. ในบางช่วง ธปท. ยังเพิ่มคำถามในประเด็นพิเศษเพื่อสะท้อนภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป.

พัฒนาการของฐานสำรวจและนัยต่อภาคการเงิน

การสำรวจนี้เริ่มขึ้นครั้งแรกในเดือนมกราคม 2551 โดย ธปท. ขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ไทย สาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวม 25 แห่ง. ต่อมาในไตรมาส 2 ปี 2554 ธปท. ได้ขยายการสำรวจไปยังกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่ธนาคารเพิ่มอีก 24 แห่ง เพื่อให้ข้อมูลมีความครอบคลุมมากขึ้น.

การมีฐานผู้ตอบแบบสำรวจที่ครอบคลุมทั้งธนาคารและนอนแบงก์ช่วยให้ภาพรวมตลาดสินเชื่อไทยสะท้อนพฤติกรรมการปล่อยกู้ได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยที่มีบทบาทต่อการบริโภคและความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ของระบบการเงิน.

ก่อนหน้านี้เราเคยรายงานเกี่ยวกับการที่ธนาคารโลกเตรียมรับมือแรงกดดันด้านหนี้ของประเทศกำลังพัฒนา ท่ามกลางต้นทุนพลังงานและการกู้ยืมที่สูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น โดยมีการหารือเรื่องความช่วยเหลือฉุกเฉินและการระดมทุนจากภาคเอกชนในการประชุมประจำปีที่กรุงเทพฯ บทความดังกล่าวชี้ว่าหากแรงกดดันรุนแรงขึ้น วงเงินสนับสนุนอาจถูกขยาย และประเด็นความยั่งยืนของหนี้กับการเข้าถึงเงินทุนจะเป็นหัวใจของการรับมือภาวะวิกฤตในระยะถัดไป

เนื้อหานี้อาจมีความคิดเห็นจากบุคคลที่สาม ข้อมูลและข้อมูลใด ๆ บนเว็บเพจนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนตาม ข้อจำกัดความรับผิดชอบ ของเรา แม้ว่าเราจะยึดมั่นใน ความซื่อสัตย์ทางบรรณาธิการ อย่างเคร่งครัด โพสต์นี้อาจมีการอ้างอิงถึงผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรของเรา